ยินดีต้อนรับเข้าสู่ องค์การบริหารส่วนตำบลสบเปิง ติดต่อสอบถาม 053-995033 , 053-995043




21 กุมภาพันธ์ 2563

27 มกราคม 2563

แจ้งเตือนประชาชน
          การเผาในที่โล่งแจ้ง เช่น การเผากำจัดขยะมูลฝอย หญ้า หรือสิ่งอันไม่พึงประสงค์ใดๆ มักนิยมใช้วิธีการใช้เชื้อเพลิงจุดเผาเพราะเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างรวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งการกำจัดเศษซากพืชหรือขยะด้วยวิธีนี้ นอกจากจะทำให้เป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กแล้ว ยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญกับผู้อื่นในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากกลุ่มควันฝุ่นละอองจากขี้เถ้า และยังอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามได้อีกด้วย ซึ่งการกระทำเหล่านี้มีกฎหมายอัตราโทษไว้ ตามระดับของความร้ายแรงแห่งการกระทำ ดังนี้

  1. การเผาหญ้า หรือขยะ หรือสิ่งอื่นใดในที่ดินของตนเองนั้น ยังไม่รุนแรงถึงขั้นที่อาจจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของบุคคลอื่น เพียงแต่ก่อให้เกิด กลิ่น แสง สี เสียง รังสี ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แก่ผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง ตามกฎหมายกำหนดให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งห้ามเป็นหนังสือให้ผู้เจ้าของที่ดินผู้เผาหยุดกระทำการดังกล่าวได้ และยังสามารถกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันเหตุรำคาญที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ห้ามมิให้ทำการเผาอีกต่อไป และหากเจ้า ของที่ดินผู้เผายังฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ก็จะมีความผิดอาญา โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 25,26,28,74)
  2. แต่หากมีความรุนแรงถึงขั้นที่ “น่าจะ” เป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น เช่นนี้เจ้าของที่ดินผู้เผาจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 220 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท ทั้งนี้โดยที่ไม่ต้องเกิดเพลิงไหม้หรือความเสียหายขึ้นจริงๆเลย เพียงแต่น่าจะเกิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 220 แล้วหากเกิดอันตรายขึ้นแก่ทรัพย์สินหรือบุคคลอื่นจริงๆ ผู้กระทำต้องรับโทษหนักขึ้น ตามมาตรา 218 หรือมาตรา 224 แล้วแต่กรณีซึ่งมีระวางโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ยกเว้นหากทรัพย์สินที่เกิดเพลิงใหม้หรืออาจจะเกิดเพลิงใหม้นั้นมีราคาเล็กน้อย ผู้กระทำก็จะได้รับโทษเบาลงตามมาตรา 223
  3. หากลักษณะการเผาหญ้าหรือขยะหรือสิ่งอื่นใดในที่ดินของตนเองนั้น ผู้กระทำย่อมเล็งเห็นผลได้อยู่แล้วว่า ลักษณะการจุดไฟเผาของตนอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์สินของบุคคลอื่นได้อย่างแน่นอน เช่น จุดไฟในลักษณะที่ใกล้เคียงกับบ้านหรือทรัพย์สินของคนอื่นอย่างมาก ในช่วงที่ลมแรง เช่นนี้ ผู้กระทำผิดย่อมมีความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 217 - 218 แล้วแต่กรณี ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกขั้นสูงถึงประหารชีวิต

ด้วยความห่วงใยจาก อบต.สบเปิง
          การเผาหญ้า ขยะ และสิ่งไม่พึงประสงค์ในที่โล่งแจ้ง นอกจากจะเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ผู้กระทำยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย

งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

24 ม.ค. 2563

24 มกราคม 2563

***กำหนดจ่ายทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน หากเดือนในวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการจะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น***

เดือน/ปี

วันที่โอนเงิน

มกราคม 2563

วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม 2563

กุมภาพันธ์ 2563

วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563

มีนาคม 2563

วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563

เมษายน 2563

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2563

พฤษภาคม 2563

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2563

มิถุนายน 2563

วันพุธ ที่ 10 ่มิถุนายน 2563

กรกฎาคม 2563

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2563

สิงหาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2563

กันยายน 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2563

 

หมายเหตุ : กรณีมีการเปลี่ยนแปลงการโอนเงินตามปฏิทินการทำงานฯ กรมบัญชีกลางจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

24 ธันวาคม 2562

แจ้งประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.3)

29 พฤศจิกายน 2562

แจ้งประกาศบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.3)

29 พฤศจิกายน 2562

รายงานผลการดำเนินงานเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน ปีงบประมาณ 2561

28 มิถุนายน 2562

วัตถุประสงค์

เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญ และมีประโยชน์ไว้ไม่ให้สูญหายไปจากชุมชน เพื่อให้ผู้รับการถ่ายทอดตระหนักถึงความสำคัญ ของภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตนเอง อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญานั้นๆ ต่อไปความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นคำที่มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย เป็นองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์ ซึ่งเรียกว่าปราชญ์ชาวบ้าน หรือปราชญ์ท้องถิ่นซึ่งมีผู้ให้คำกัดความของภูมิปัญญาท้องถิ่นในลักษณะต่างๆกันดังนี้
สามารถจันทร์สูรย์ (2536) กล่าวว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านคิดได้เองที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา เป็นสติปัญญาเป็นองค์ความรู้ทั้งหมดของชาวบ้านทั้งกว้าง ทั้งลึก ที่ชาวบ้านสามารถคิดเอง ทำเองโดยอาศัยศักยภาพที่มีอยู่แก้ปัญหาการดำเนินวิถีชีวิตในท้องถิ่นอย่างสมสมัย กรมวิชาการ (2538) ให้ความหมายของภูมิปัญญาท้องถิ่นว่าคือความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ในชีวิตของคนเราผ่านกระบวนศึกษาสังเกต วิเคราะห์จนเกิดปัญญาและตกผลึกมาเป็นองค์ความรู้ที่ประกอบกันขึ้นมาจากความรู้เฉพาะหลายเรื่อง ความรู้ดังกล่าวไม่ได้แยกย่อยออกมา
ให้เห็นเป็นศาสตร์เฉพาะสาขาวิชาต่างๆ อาจกล่าวว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นจัดเป็นพื้นฐานขององค์ความรู้สมัยใหม่ที่ช่วยในการเรียนรู้ การแก้ปัญหาการจัดการและการปรับตัวในการดำเนินชีวิตของคนเรา รัตนะ บัวสนธ์ (2535) กล่าวว่า

ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึง
กระบวนทัศน์ของบุคคลที่มีต่อตนเอง ต่อโลก และสิ่งแวดล้อมซึ่งกระบวนทัศน์ดั่งกล่าวจะมีรากฐานจากคำสอนทางศาสนา
คติจารีต ประเพณี ที่ได้รับการถ่ายทอด สั่งสอนและปฏิบัติสืบเนื่องกันมาปรับปรุงเข้ากับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงแต่ละสมัยทั้งนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อความสุขของในส่วนที่เป็นชุมชนและปัจเจกบุคคล ฉลาดชาย สมิตานนท์ (อ้างอิงถึงในพิสิฐ นาครำไพ. 2537)ให้ความหมายว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ สติปัญญาอันเกิดจากการเรียนรู้สะสมถ่ายทอดประสบการณ์ที่ยาวนานของผู้คนในท้องถิ่นซึ่งได้ทำหน้าที่ชี้นำว่าการจะใช้ชีวิตอย่ายั่งยืนและถาวรกับธรรมชาติรอบตัวนั้นทำอย่างไรซึ่งในที่สุดภูมิปัญญาท้องถิ่นอาจถูกยกระดับให้หมายถึงอุดมการณ์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายบนพื้นฐานของการไม่เบียดเบียนสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่มีชีวิต สัตว์ พืชและมนุษย์ด้วยตัวเองตลอดจนสิ่งไม่มีชีวิตรอบข้าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (ม.ป.ป.)กล่าวถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยว่า เป็นองค์ความรู้ ความสามารถและทักษะของคนไทยที่เกิดจากสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการเลือกสรร เรียนรู้ ปรุงแต่ง และถ่ายทอดสืบต่อกันมา เพื่อใช้แก้ปัญหาและพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับสภาพแวดล้อม และเหมาะสมกับยุคสมัย ประเวศ วะสี (2536) กล่าวว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสะสมขึ้นมาจากประสบการณ์หรือความชัดเจนจากชีวิตและสังคมในท้องถิ่นหนึ่งๆ เพราะฉะนั้นจึงมีความสอดคล้องกับเรื่องของท้องถิ่น มากกว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มาจากข้างนอก ลักษณะสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นคือ มีวัฒนธรรมเป็นพื้นฐาน มีความเป็นบูรณการสูงทั้งในเรื่องของกาย ใจ สังคม และสิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงไปสู่นามธรรม
ที่ลึกซึ้งสูงส่งอีกทั้งยังเน้นความสำคัญของจริยธรรมมากกว่าว่าวัตถุธรรมเพราะภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ความสำคัญแก่ประสบการณ์จึงมีความเคารพผู้อาวุโส ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าจากความหมายดังกล่าว อาจสรุปว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายถึงองค์ความรู้หรือสิ่งที่สั่งสมกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งเป็นประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตของ
คนในท้องถิ่น ซึ่งได้ผ่านการคิดค้นและปรับปรุง เปลี่ยนแปลง จนได้แนวทางที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพสังคม เป็นที่ยอมรับนับถือจากบุคคลทั่วไปถือเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา

ประเภทของภูมิปัญญาท้องถิ่น
ภูมิปัญญาท้องถิ่นหมายร่วมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านคิดค้นขึ้นแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขพัฒนาแก้ปัญหา เป็นทั้งสติปัญญาและองค์ความรู้ทั้งหมดของชาวบ้าน ดังนั้น จึงมีความครอบคลุมเนื้อหาสาระและแนวทางดำเนินชีวิตในวงกว้าง
ภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบไปด้วยองค์ความรู้ในหลายวิชา ดังที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ(2541) ได้จำแนกไว้รวม 10 สาขาคือ
สาขาเกษตรกรรมหมายถึง ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ทักษะ และเทคนิคด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค่าดั้งเดิม ซึ่งคนสามารถพึ่งพาตนเองในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ เช่น การทำการเกษตร แบบผสมผสาน การแก้ปัญญา การเกษตรเป็นต้น
สาขาอุตสาหกรรมและหัตถกรรม (ด้านการผลิตและการบริโภค) หมายถึง การรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการแปรรูปผลผลิต เพื่อชะลอการนำเข้าตลาด เพื่อแก้ปัญหาด้านการบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรมอันเป็นกระบวนการให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถ พึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้ ตลอดทั้งการผลิตและการจัดจำหน่าย ผลผลิตทางหัตถกรรม เช่น การรวมกลุ่มของกลุ่มโรงงานยางพารา กลุ่มโรงสี กลุ่มหัตถกรรม เป็นต้น

สาขาการแพทย์ไทยหมายถึง ความสามารถในการจัดการป้องกัน และรักษาสุขภาพของคนในชุมชน โดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพา ตนเองทางด้านสุขภาพและอนามัยได้ สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งอนุรักษ์ การพัฒนา และใช้ประโยชน์จากคุณค่าของทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

สาขากองทุนและธุรกิจชุมชน หมายถึง ความสามารถในด้านบริหาร จัดการค้าการสะสมและบริการกองทุนและธุรกิจในชุมชน ทั้งที่เป็นเงินตรา และโภคทรัพย์เพื่อเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชน สาขาสวัสดิการ หมายถึง ความสามารถในการจัดสวัสดิการใน การประกันคุณภาพชีวิตของคนให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม และ วัฒนธรรม สาขาศิลปกรรมหมายถึง ความสามารถในการผลิตผลงานทางด้านศิลปะ สาขาต่างๆ เช่น จิตกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม ทัศนศิลป์ คีตศิลป์ เป็นต้น

สาขาจัดการ หมายถึง ความสามารถในการบริหารการจัดการดำเนินงานด้านต่างๆ ทั้งขององค์กรชุมชน องค์กรทางสังคมอื่นๆ ในสังคมไทย เช่น การจัดการ องค์กรของกลุ่มแม่บ้านระบบผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน เป็นต้น กรณีของการจัดการ
ศึกษาเรียนรู้ นับได้ว่าเป็นภูมิปัญญาสาขาการจัดการที่มีความสำคัญ เพราะการจัดการศึกษาเรียนรู้ดี หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาและถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาไทยที่มีประสิทธิผล
สาขาภาษาและวรรณกรรม หมายถึง ความสามารถผลิตผลงานเกี่ยวกับด้านภาษา ทั้ง ภาษาถิ่น ภาษาโบราณ ภาษาไทย และการใช้ภาษา ตลอดทั้งด้านวรรณกรรม ทุกประเภท
สาขาศาสนาและประเพณีหมายถึง ความสามารถประยุกต์และปรับใช้หลักธรรม คำสอนทางศาสนาเชื่อและประเพณีดั้งเดิมที่มีคุณค่าให้เหมาะสมต่อการประพฤติ ปฏิบัติให้บังเกิดผลดีต่อบุคคลและสิ่งแวดล้อม เช่น การถ่ายทอดหลักศาสนา การบวชป่า การประยุกต์ ประเพณี บุญประทายข้าว เป็นต้น

19 มิถุนายน 2562

ข้อมูลด้านศาสนา ( วัด,สำนักสงฆ์,โบสถ์ ) ในตำบลสบเปิง   

 

          ในพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลสบเปิง    มีสถาบันศาสนาทั้งหมดดังนี้    

          วัด                 จำนวน          ๑๐        วัด

         สำนักสงฆ์        จำนวน            ๓        สำนัก

          โบสถ์             จำนวน            ๒        โบสถ์

 

ข้อมูลวัดในตำบลสบเปิง

ตั้งอยู่ที่

ชื่อวัด

เจ้าอาวาส

เบอร์โทรศัพท์

หมู่ที่ ๑

บ้านปางฮ่าง

วัดปางฮ่างดับภัยชัยมงคล

พระครูสถิตย์ธรรมาวุฒิ

๐๕๓-๙๙๕๒๒๓

หมู่ที่ ๒

บ้านปางม่วง

วัดศรีอัมพวัน

พระอธิการณรงค์จิตตทันโต

๐๕๓-๙๙๕๐๘๒

หมู่ที่ ๓

บ้านสบเปิง

วัดสบเปิง

พระอธิการสมเพชรขันติพโล

๐๕๓-๙๙๕๑๗๗

หมู่ที่ ๔

บ้านต้นงุ้น

วัดดอยตะแคง

พระอธิการประสงค์ธัมมธโร

๐๘๙-๕๕๖๗๙๖๘

หมู่ที่ ๕

บ้านไร่

วัดสันปงงาม

เจ้าอธิการสุรัต สุรัตโน

๐๘๖-๒๓๖๖๒๕๘

หมู่ที่ ๖

บ้านท่าข้าม

วัดท่าข้าม

พระครูสันติธรรมโชติ

๐๕๓-๙๙๕๓๔๓

หมู่ที่ ๘

บ้านดอนเจียง

วัดดอนเจียง

 

-

หมู่ที่ ๙

บ้านหนองบัวหลวง

วัดหนองบัวหลวง

พระครูสุวัฒนกิตติศาล

๐๕๓-๓๗๔๓๗๐

หมู่ที่ ๑๑

บ้านผาหมอน

วัดผางาม

พระครูใบฎีกาวรพจน์ชัยวุฒิโท

-

หมู่ที่ ๑๓

บ้านสหกรณ์ทุ่งใหม่

วัดสหกรณ์ทุ่งใหม่

พระทองสุขอชิโต

-

 

ข้อมูลสำนักสงฆ์ในตำบลสบเปิง

ตั้งอยู่ที่

ชื่อวัด

เจ้าอาวาส

เบอร์โทรศัพท์

หมู่ที่ ๑

บ้านปางฮ่าง

อาศรมพระธรรมจาริกบ้านผาแตก

 

-

หมู่ที่ ๒

บ้านปางม่วง

สำนักสงฆ์อกิลจโน

พระครูสมบูรณ์

๐๘๔-๓๖๐๘๖๗๗

หมู่ที่ ๑๐

บ้านแม่หลอด

ที่พักสงฆ์บ้านแม่หลอด

 

-

 

ข้อมูลโบสถ์ในตำบลสบเปิง

 

ตั้งอยู่ที่

ชื่อโบสถ์

ผู้ดูแล

เบอร์โทรศัพท์

หมู่ที่ ๔

บ้านต้นงุ้น

เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสแม่แตง

นายเดวิด วินเซอร์ เบลล์

-

หมู่ที่ ๑๐

บ้านแม่หลอด

คริสตจักรรวมพัฒนา

-

-

19 มิถุนายน 2562

25 กุมภาพันธ์ 2562

26 พฤศจิกายน 2561

26 พฤศจิกายน 2561

คู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์เรื่องทั่วไป/ร้องเรียนเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง

ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ องค์การบริหารส่วนตำบลสบเปิง

22 พฤศจิกายน 2561

เรื่อง คู่มือประชาชน ในการดำเนินการเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลสบเปิง

22 พฤศจิกายน 2561

ตามแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

- รายงานผลการนำแผนไปปฏิบัติในระดับ อปท. รอบ 12 เดือน

22 พฤศจิกายน 2561

123>>>|

ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 / 3  (40 รายการ)